คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำงานตามชุดคำสั่งอย่างอัตโนมัติและให้ผลลัพธ์ออกมาตามต้องการ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ รวมเรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสำคัญ 5 หน่วย คือ
หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)
หน่วยแสดงผล (Output Unit)
กลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ เริ่มด้วยเมื่อมีการกดปุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรือชุึดคำสั่งที่อยู่ในหน่วยความจำหลัก จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำงาน เมื่อตรวจสอบเสร็จคอมพิวเตอร์จะแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะทำงาน ก็จะมีการป้อนคำสั่งหรือโปรแกรมหรือข้อมูลโดยผ่านหน่วยรับข้อมูล แล้วนำไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก ต่อจากนั้น หน่วยประมวลผลกลางก็จะทำการตามคำสั่งของโปรแกรมซึ่งเรียกว่า การประมวลผล แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้เก็บไว้ที่ หน่วยความจำ และจะแสดงผลลัพธ์ผ่านหน่วยแสดงผลเมื่อมีคำสั่งให้แสดงผลลัพธ์
หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
หน่วยรับข้อมูล คือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลรับข้อมูลหรือคำสั่ง จากผู้ใช้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยแปลงข้อมูลหรือคำสั่งนั้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำการประมวลผลต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
อาหาร
่
สลัดน้ำใส
ข้าวโอ๊ตนมสด
กุ้งกระเทียมผัดพริกขี้หนู
ไก่อบหอมใหญ่
ผัดผักรวมมิตรกับงาขาว
ลูกชิ้นแครอท
ผัดหมีเต้าเจี้ยวลบ
ปลากระพงนึ่งมะนาว
ยำใบบัวบก
เมี่ยงคำ
เต้าหู้ทอดตะไคร้ใบสะระแหน่
โจ๊กเห็ดหอม
ฟองเต้าหู้ห่อผัก
เปาะเปี๊ยะญวณ
ปลาต้มสมุนไพร
ปลานึ่งเต้าซี่
พาสต้าปลาแซลมอน
แกงขี้เหล็กปูทะเลไข่
มะระตุ๋นผักดอยดอง
ผัดหอมใหญ่หมูพริกสด
ข้าวต้มสมุนไพร
มิโซ่ซุป
เต้าหู้ราดหน้าเห็ด
สลัดผักสีทอง
อบหน่อไม้เห็ดหอม
ต้มจืดเห็ด
มะระขี้นกผัดไข
ข้าวไข่เจียวหัวหอม
แกงขนุน
แกงเหลือง
กุ้งตะไคร้
สลัดผลไม้
ข้าวยำปักษ์ใต้
แกงเลียงข้าวโพด
แกงฟักทองใส่ใบแมงลัก
ผัดกะเพราเห็ดฟาง
ผัดกระเจี๊ยบกุ้งสด
เต้าหู้ผัดถั่วงอกโยคี
แกงส้ม
ต้มยำกุ้ง
่จับฉ่ายชีวจิต
สลัดน้ำใส
ข้าวโอ๊ตนมสด
กุ้งกระเทียมผัดพริกขี้หนู
ไก่อบหอมใหญ่
ผัดผักรวมมิตรกับงาขาว
ลูกชิ้นแครอท
ผัดหมีเต้าเจี้ยวลบ
ปลากระพงนึ่งมะนาว
ยำใบบัวบก
เมี่ยงคำ
เต้าหู้ทอดตะไคร้ใบสะระแหน่
โจ๊กเห็ดหอม
ฟองเต้าหู้ห่อผัก
เปาะเปี๊ยะญวณ
ปลาต้มสมุนไพร
ปลานึ่งเต้าซี่
พาสต้าปลาแซลมอน
แกงขี้เหล็กปูทะเลไข่
มะระตุ๋นผักดอยดอง
ผัดหอมใหญ่หมูพริกสด
ข้าวต้มสมุนไพร
มิโซ่ซุป
เต้าหู้ราดหน้าเห็ด
สลัดผักสีทอง
อบหน่อไม้เห็ดหอม
ต้มจืดเห็ด
มะระขี้นกผัดไข
ข้าวไข่เจียวหัวหอม
แกงขนุน
แกงเหลือง
กุ้งตะไคร้
สลัดผลไม้
ข้าวยำปักษ์ใต้
แกงเลียงข้าวโพด
แกงฟักทองใส่ใบแมงลัก
ผัดกะเพราเห็ดฟาง
ผัดกระเจี๊ยบกุ้งสด
เต้าหู้ผัดถั่วงอกโยคี
แกงส้ม
ต้มยำกุ้ง
่จับฉ่ายชีวจิต
หนังสือน่าอ่าน
หนังสือ "ท้อไยในยามยาก"
ผู้แต่ง มงคล ชัยวุฒิ
"เพียงหวังสร้างสรรค์งานศิลป์...ไว้คู่แผ่นดินถิ่นหล้า.. เพียงหวังปวงชนประชา มุ่งหน้าฝ่าไปไม่ท้อ..." บทกวีเล่มนี้ ตั้งใจให้เป็นหนังสือในแนวที่เรียกว่า "บทกวีบำบัด" หรือที่เรียกกันในวงการจิตวิทยาว่า "Poetry Therapy" ผมใช้เวลาเขียนมานานนับสิบปีครับ สะสมมาเรื่อยๆ ประทับใจบทกวีกำลังใจที่มีกวีหลายท่านแต่งไว้ เลยคิดอยากจะเขียนบทกวีกำลังใจไว้สักเล่มหนึ่ง เพราะเห็นว่าบทกวีแนวความรัก และแนวสะท้อนสังคมมีกวีได้แต่งไว้หลายท่านแล้ว บทกวีเรื่องแรกของหนังสือเรื่องนี้คือบทกวีที่ใช้ชื่อว่า "ท้อไยในยามยาก" เป็นบทกวีที่จุดประกายให้ผมคิดจะทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา โดยตั้งใจไว้แต่ต้นว่าจะใช้ชื่อหนังสือว่า "ท้อไยในยามยาก" และได้แต่งบทกวีแนวกำลังใจสะสมมาเรื่อยๆ จนเล่มหนามากขึ้น เคยจัดพิมพ์เย็บเล่มเผยแพร่แจกเพื่อนฝูงและครูบาอาจารย์ รวมทั้งคนรู้จักไปแล้วจำนวนหนึ่งครับ หลายคนบอกว่าชอบ บางคนบอกว่าอ่านแล้วให้ข้อคิดและกำลังใจดี บางคนอกหัก ก็เอาไปอ่าน ปรากฎว่าสองสามวันต่อมาหายอกหัก ยิ้มได้ ผมเคยได้ยินคำว่า Poetry Therapy มานานพอสมควรครับ แต่ยังไม่เคยเห็นบทกวีเป็นเล่มที่เน้นในเรื่องการให้กำลังใจในลักษณะนี้ในเมืองไทย เลยคิดที่จะเขียนขึ้นมา เผื่อว่าเพื่อนๆ ในวงการจิตวิทยาจะสนใจเอาไปใช้ประโยชน์ หรือใครที่พูดไม่เก่ง แต่อยากให้กำลังใจแก่คนที่ท้อแท้ ก็สามารถเอาหนังสือเล่มนี้ไปให้เป็นกำลังใจได้ครับ รายได้จากการขายหนังสือเล่มนี้ ตั้งใจจะเอามาหมุนเวียนจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ให้แพร่หลาย เพื่อให้มีคนเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เพราะผมเห็นว่า คนที่ท้อแท้มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ทุกช่วงวัย และทุกสังคม และกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนจะขาดไม่ได้ ดังนั้น บทกวีเล่มนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย ผมจึงรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่าเกิดมาชาตินี้ยังได้ฝากสิ่งดีๆ ไว้ในโลกบ้าง ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ไปอ่านครับ ผมมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์แน่นอนครับ ผมเขียนมาจากความตั้งใจจริง ที่อยากจะถ่ายทอดกำลังใจไปสู่ทุกๆ คนที่ท้อแท้ หวังว่าทุกท่านคงมีความสุขที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะครับ ดูรายละเอียดได้ในหน้านี้ครับhttp://www.lannapoem.com/wb/viewtopic.php?t=465
ผู้แต่ง มงคล ชัยวุฒิ
"เพียงหวังสร้างสรรค์งานศิลป์...ไว้คู่แผ่นดินถิ่นหล้า.. เพียงหวังปวงชนประชา มุ่งหน้าฝ่าไปไม่ท้อ..." บทกวีเล่มนี้ ตั้งใจให้เป็นหนังสือในแนวที่เรียกว่า "บทกวีบำบัด" หรือที่เรียกกันในวงการจิตวิทยาว่า "Poetry Therapy" ผมใช้เวลาเขียนมานานนับสิบปีครับ สะสมมาเรื่อยๆ ประทับใจบทกวีกำลังใจที่มีกวีหลายท่านแต่งไว้ เลยคิดอยากจะเขียนบทกวีกำลังใจไว้สักเล่มหนึ่ง เพราะเห็นว่าบทกวีแนวความรัก และแนวสะท้อนสังคมมีกวีได้แต่งไว้หลายท่านแล้ว บทกวีเรื่องแรกของหนังสือเรื่องนี้คือบทกวีที่ใช้ชื่อว่า "ท้อไยในยามยาก" เป็นบทกวีที่จุดประกายให้ผมคิดจะทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา โดยตั้งใจไว้แต่ต้นว่าจะใช้ชื่อหนังสือว่า "ท้อไยในยามยาก" และได้แต่งบทกวีแนวกำลังใจสะสมมาเรื่อยๆ จนเล่มหนามากขึ้น เคยจัดพิมพ์เย็บเล่มเผยแพร่แจกเพื่อนฝูงและครูบาอาจารย์ รวมทั้งคนรู้จักไปแล้วจำนวนหนึ่งครับ หลายคนบอกว่าชอบ บางคนบอกว่าอ่านแล้วให้ข้อคิดและกำลังใจดี บางคนอกหัก ก็เอาไปอ่าน ปรากฎว่าสองสามวันต่อมาหายอกหัก ยิ้มได้ ผมเคยได้ยินคำว่า Poetry Therapy มานานพอสมควรครับ แต่ยังไม่เคยเห็นบทกวีเป็นเล่มที่เน้นในเรื่องการให้กำลังใจในลักษณะนี้ในเมืองไทย เลยคิดที่จะเขียนขึ้นมา เผื่อว่าเพื่อนๆ ในวงการจิตวิทยาจะสนใจเอาไปใช้ประโยชน์ หรือใครที่พูดไม่เก่ง แต่อยากให้กำลังใจแก่คนที่ท้อแท้ ก็สามารถเอาหนังสือเล่มนี้ไปให้เป็นกำลังใจได้ครับ รายได้จากการขายหนังสือเล่มนี้ ตั้งใจจะเอามาหมุนเวียนจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ให้แพร่หลาย เพื่อให้มีคนเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เพราะผมเห็นว่า คนที่ท้อแท้มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ทุกช่วงวัย และทุกสังคม และกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนจะขาดไม่ได้ ดังนั้น บทกวีเล่มนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย ผมจึงรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่าเกิดมาชาตินี้ยังได้ฝากสิ่งดีๆ ไว้ในโลกบ้าง ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ไปอ่านครับ ผมมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์แน่นอนครับ ผมเขียนมาจากความตั้งใจจริง ที่อยากจะถ่ายทอดกำลังใจไปสู่ทุกๆ คนที่ท้อแท้ หวังว่าทุกท่านคงมีความสุขที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะครับ ดูรายละเอียดได้ในหน้านี้ครับhttp://www.lannapoem.com/wb/viewtopic.php?t=465
ดอกไม้ประจำจังหวัด
ดอกเสลา ดอกไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudonii Binn. วงศ์ LYTHRACEAE ชื่ออื่น เกรียบ ตะเกรียบ (ชอง-จันทบุรี), ตะแบกขน (นครราชสีมา), เสลาใบใหญ่ (ทั่วไป), อินทรชิต ลักษณะทั่วไป ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลมหรือทรงกระบอก หนาทึบ ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่งโคนมน ใบหนา และมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่ง มี 6 กลีบ โคนคอดเป็นก้านสั้น มีหลายสี เช่น ขาว ม่วง ม่วงอมแดงกลีบดอกบางยับย่นออกดอก เดือนธันวาคม–มีนาคม ผลกลมรี เปลือกแข็ง เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 5–6 พู เมล็ดจำนวนมาก มีปีก การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด สภาพที่เหมาะสม ดินร่วนซุย แสงแดดจัด ถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน
หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: ดอกไม้สวยงาม
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
สร้าง: พ. 18 ก.พ. 2552 @ 12:52 แก้ไข: พ. 18 ก.พ. 2552 @ 12:52
ความเห็น
หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ: ดอกไม้สวยงาม
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
สร้าง: พ. 18 ก.พ. 2552 @ 12:52 แก้ไข: พ. 18 ก.พ. 2552 @ 12:52
ความเห็น
ดอกไม้ประจำวันเกิด
สมัยโบราณเชื่อกันไว้ว่า ในแต่ละวันจะมีต้นไม้และดอกไม้ประจำวัน ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครที่ปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ประจำวันเกิด แล้วต้นไม้หรือดอกไม้เจริญเติบโตได้ดี ชีวิตก็จะก้าวหน้า ร่างกายแข็งแรงหรือถ้าออกดอกเบ่งบาน เชื่อกันว่าจะมีความสุขความสมหวังเสมอ ตรงกันข้าม หากดอกไม้หรือต้นไม้เกิดเหี่ยวเฉาลงก็จะเป็นลางเตือนเจ้าของต้นไม้ ดอกไม้ได้เหมือนกัน หากว่าเธอคนนั้นเกิดวัน... เธอที่เกิดวันอาทิตย์ ต้นไม้ประจำวันเกิดเป็น ต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิดเป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์ ผู้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือลัน เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย เธอที่เกิดวันจันทร์ ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี ดอกไม้ประจำวันเกิดคือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน เธอที่เกิดวันอังคาร ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุขดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้ เธอที่เกิดวันพุธ ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรัก สันติภาพดอกไม้ประจำวันเกิดคือ คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน เธอที่เกิดวันพฤหัสบดี เธอที่เกิดวันนี้ มีต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักงายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็กๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ เธอที่เกิดวันศุกร์ ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่วันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน ส่วนดอกไม้ที่ถูกแลกโชคดีของเธอคือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่มีเสน่ห์ล้นเหลือหรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอแลตว่า "ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ" คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง เธอที่เกิดวันเสาร์ จะมีต้นไม้พวก ตันกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล เป็นต้นไม้ประจำวันเกิด และดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว
ดอกไม้หอม
ดอกไม้ > ไม้ดอกหอม
มาสร้างบรรยากาศรอบบ้านให้รื่นรมย์ด้วยไม้ดอกหอมกันเถอะ กลับมาถึงบ้านคราใดก็จะสุขใจด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกไว้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกลงแปลงในสวนหย่อมหน้าบ้าน ข้างบ้าน ปลูกใส่กระถาง ปลูกให้เลื้อยบนซุ้มหน้าบ้าน ไม่ว่าจะปลูกแบบใด ไม่ว่าจะมีพื้นที่มากน้อยเพียงใดก็สามารถปลูกได้ บ้านเรามีพรรณไม้ดอกหอมมากมายให้เลือกปลูก ทั้งชนิดไม้ทรงพุ่มเล็กที่ปลูกลงแปลง หรือปลูกเป็นไม้กระถาง ชนิดไม้เลื้อย ชนิดไม้ยืนต้นใหญ่ มากมายหลายชนิดให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และตามความชื่นชอบของผู้ปลูก ไม้ดอกหอมแต่ละชนิดพันธุ์มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของกลิ่นหอม หอมมากหอมน้อย บางชนิดหอมจนเวียนหัว บางชนิดหอมกลางวัน บางชนิดหอมกลางคืน บางชนิดหอมทั้งวันทั้งคืน บางชนิดหอมแต่ไม่สวย บางชนิดสวยแต่ไม่ค่อยหอม หมายถึงว่าหอมนิดๆ ถ้าหากเรามีพื้นที่หน้าบ้านหรือข้างบ้านพอที่จะปลูกต้นไม้ได้ และรู้จักเลือกชนิดที่จะปลูกก็จะทำให้บรรยากาศรอบๆ บ้านเราหอมทั้งวันหอมทั้งคืน บ้านก็จะเหมือนสวรรค์ดีๆ นี่เอง มีพื้นที่มากก็ปลูกได้มากหลากหลายชนิด มีพื้นที่น้อยก็ปลูกน้อย ไม่มีพื้นที่เลยก็ยังปลูกใส่กระถางตั้งไว้หน้าระเบียงได้ แต่ถ้าอยากได้กลิ่นหอมแต่ขี้เกียจปลูกก็ไปซื้อน้ำหอมมาฉีดพ่นในห้องก็ได้ไม่ต้องอ่าน อ้าว...
หน้านี้เราก็จะพูดกันแต่เรื่องของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม สิ่งที่ผู้สนใจปลูกควรจะรู้ก่อนที่จะพิจารณาเลือกชนิดพันธุ์ที่จะปลูกก็ได้แก่ หอมยังไง หอมตอนไหน ต้นใหญ่หรือต้นเล็ก ไม้พุ่มเตี้ย ไม้พุ่มสูง ไม้ยืนต้นสูง หรือ ไม้เลื้อย
เรื่องหอมยังไงนี่ก็อธิบายกันโดยเอารสนิยมของผู้เขียนเป็นหลัก ทางที่ดีเวลาซื้อก็ควรหาต้นที่มีดอกแล้วก็ลองดมดู แต่ไม้ดอกหอมส่วนใหญ่จะหอมกลางคืนซึ่งร้านขายต้นไม้ปิดแล้ว แต่ไม่เป็นไรปลูกแล้วหอมไม่ถูกใจก็ตัดทิ้งแล้วปลูกใหม่ ราคาต้นไม้ก็ไม่แพง ต้องการให้หอมช่วงไหนก็เลือกได้ ต้นใหญ่ต้นเล็กก็ต้องดูพื้นที่บ้าน ที่ดินสมัยนี้ก็แพง ซื้อบ้านที่มีพื้นที่ดินเยอะๆ ก็แพงเหลือหลาย เอาเป็นว่าถ้ามีพื้นที่น้อยก็เลือกไม้ทรงเล็ก มีพื้นที่มากก็ปลูกไม้ใหญ่ได้ ไม่มีพื้นที่เลยอย่างทาวเฮาท์ก็ปลูกไม้ทรงเล็ก หรือไม่ก็ปลูกไม้เลื้อย คือว่าพื้นที่บนพื้นดินไม่มีงั้นก็ให้เลื้อยอยู่บนอากาศก็ได้ โดยทำซุ้มให้เลื้อยอยู่ในแนวฟุตบาทหน้าบ้านก็ได้ ค่อยๆ ชมไป จะทยอยทำข้อมูลแต่ละชนิดพันธุ์มาลงให้ชมกัน ถ้ามีเวลาก็จะนำมารวบรวมไว้ให้ครบทุกพันธุ์เลย ทยอยทำกันไปเรื่อยๆ
มาสร้างบรรยากาศรอบบ้านให้รื่นรมย์ด้วยไม้ดอกหอมกันเถอะ กลับมาถึงบ้านคราใดก็จะสุขใจด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกไว้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกลงแปลงในสวนหย่อมหน้าบ้าน ข้างบ้าน ปลูกใส่กระถาง ปลูกให้เลื้อยบนซุ้มหน้าบ้าน ไม่ว่าจะปลูกแบบใด ไม่ว่าจะมีพื้นที่มากน้อยเพียงใดก็สามารถปลูกได้ บ้านเรามีพรรณไม้ดอกหอมมากมายให้เลือกปลูก ทั้งชนิดไม้ทรงพุ่มเล็กที่ปลูกลงแปลง หรือปลูกเป็นไม้กระถาง ชนิดไม้เลื้อย ชนิดไม้ยืนต้นใหญ่ มากมายหลายชนิดให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และตามความชื่นชอบของผู้ปลูก ไม้ดอกหอมแต่ละชนิดพันธุ์มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของกลิ่นหอม หอมมากหอมน้อย บางชนิดหอมจนเวียนหัว บางชนิดหอมกลางวัน บางชนิดหอมกลางคืน บางชนิดหอมทั้งวันทั้งคืน บางชนิดหอมแต่ไม่สวย บางชนิดสวยแต่ไม่ค่อยหอม หมายถึงว่าหอมนิดๆ ถ้าหากเรามีพื้นที่หน้าบ้านหรือข้างบ้านพอที่จะปลูกต้นไม้ได้ และรู้จักเลือกชนิดที่จะปลูกก็จะทำให้บรรยากาศรอบๆ บ้านเราหอมทั้งวันหอมทั้งคืน บ้านก็จะเหมือนสวรรค์ดีๆ นี่เอง มีพื้นที่มากก็ปลูกได้มากหลากหลายชนิด มีพื้นที่น้อยก็ปลูกน้อย ไม่มีพื้นที่เลยก็ยังปลูกใส่กระถางตั้งไว้หน้าระเบียงได้ แต่ถ้าอยากได้กลิ่นหอมแต่ขี้เกียจปลูกก็ไปซื้อน้ำหอมมาฉีดพ่นในห้องก็ได้ไม่ต้องอ่าน อ้าว...
หน้านี้เราก็จะพูดกันแต่เรื่องของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม สิ่งที่ผู้สนใจปลูกควรจะรู้ก่อนที่จะพิจารณาเลือกชนิดพันธุ์ที่จะปลูกก็ได้แก่ หอมยังไง หอมตอนไหน ต้นใหญ่หรือต้นเล็ก ไม้พุ่มเตี้ย ไม้พุ่มสูง ไม้ยืนต้นสูง หรือ ไม้เลื้อย
เรื่องหอมยังไงนี่ก็อธิบายกันโดยเอารสนิยมของผู้เขียนเป็นหลัก ทางที่ดีเวลาซื้อก็ควรหาต้นที่มีดอกแล้วก็ลองดมดู แต่ไม้ดอกหอมส่วนใหญ่จะหอมกลางคืนซึ่งร้านขายต้นไม้ปิดแล้ว แต่ไม่เป็นไรปลูกแล้วหอมไม่ถูกใจก็ตัดทิ้งแล้วปลูกใหม่ ราคาต้นไม้ก็ไม่แพง ต้องการให้หอมช่วงไหนก็เลือกได้ ต้นใหญ่ต้นเล็กก็ต้องดูพื้นที่บ้าน ที่ดินสมัยนี้ก็แพง ซื้อบ้านที่มีพื้นที่ดินเยอะๆ ก็แพงเหลือหลาย เอาเป็นว่าถ้ามีพื้นที่น้อยก็เลือกไม้ทรงเล็ก มีพื้นที่มากก็ปลูกไม้ใหญ่ได้ ไม่มีพื้นที่เลยอย่างทาวเฮาท์ก็ปลูกไม้ทรงเล็ก หรือไม่ก็ปลูกไม้เลื้อย คือว่าพื้นที่บนพื้นดินไม่มีงั้นก็ให้เลื้อยอยู่บนอากาศก็ได้ โดยทำซุ้มให้เลื้อยอยู่ในแนวฟุตบาทหน้าบ้านก็ได้ ค่อยๆ ชมไป จะทยอยทำข้อมูลแต่ละชนิดพันธุ์มาลงให้ชมกัน ถ้ามีเวลาก็จะนำมารวบรวมไว้ให้ครบทุกพันธุ์เลย ทยอยทำกันไปเรื่อยๆ
นำตกนางรอง
น้ำตกนางรอง เป็นน้ำตกที่คนนิยมไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก ด้วยระยะทาง 100 กิโลเมตรเศษๆ จากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก น้ำตกนางรองตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ต.หินตั้ง อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองนครนายกประมาณ 20 กิโลเมตร ตามทางหลวง 3049 เป็นน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆไม่สูงนัก แต่ละชั้นมีแอ่งให้ลงเล่นน้ำ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่มีความสวยงานแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายก
เมื่อขับรถเข้ามาที่น้ำตกทางซ้ายมือจะเป็นร้านขายของกิน ส่วนมากจะเป็นพวกไก่ย่าง ส้มตำ น้ำตก เครื่องดื่ม เมื่อลงจากรถก็แทบจะถึงน้ำตกนางรองแล้ว ส่วนมากจะนิยมมาปูเสื่อนอน เล่นน้ำ ปิคนิคกินข้าวกัน
ส่วนการชมวิวน้ำตก ต้องเดินตามถนนลาดยางขึ้นด้านบนอีก 200 เมตร จะเห็นสะพานทางขวามือพาดผ่านน้ำตก เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากมองเห็นน้ำตกนางรองเป็นชั้นๆ นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปน้ำตกที่จุดนี้ เมื่อเดินเข้าไปจนสุดถนนจะเจอบ้านพักจอมพล ป. พิบูลสคราม ที่ท่านผู้หญิงละเอียดได้สร้างขึ้น ปัจจุบันน้ำตกนางรองอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
เมื่อขับรถเข้ามาที่น้ำตกทางซ้ายมือจะเป็นร้านขายของกิน ส่วนมากจะเป็นพวกไก่ย่าง ส้มตำ น้ำตก เครื่องดื่ม เมื่อลงจากรถก็แทบจะถึงน้ำตกนางรองแล้ว ส่วนมากจะนิยมมาปูเสื่อนอน เล่นน้ำ ปิคนิคกินข้าวกัน
ส่วนการชมวิวน้ำตก ต้องเดินตามถนนลาดยางขึ้นด้านบนอีก 200 เมตร จะเห็นสะพานทางขวามือพาดผ่านน้ำตก เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากมองเห็นน้ำตกนางรองเป็นชั้นๆ นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปน้ำตกที่จุดนี้ เมื่อเดินเข้าไปจนสุดถนนจะเจอบ้านพักจอมพล ป. พิบูลสคราม ที่ท่านผู้หญิงละเอียดได้สร้างขึ้น ปัจจุบันน้ำตกนางรองอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก
นำตกเอราวัณ
น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่น่าสนใจใกล้เมืองกรุงฯ มาก แต่กลายเป็นสิ่งที่เราผ่านเลยไป ทั้งที่เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามถึง 7 ชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นน้ำตกหินปูน มีแอ่งน้ำเป็นสีเขียว มองเห็นหมู่ปลาแหวกว่าอยู่เป็นฝูง
เนื่องจากว่าน้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การเดินทางก็สะดวกสบาย จากตัวเมืองเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร
แนวชั้นที่ 1 ของน้ำตกเอราวัณ
น้ำตกเอราวัณไหลผ่านแนวป่าที่ร่มรื่น
น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมมีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำจากยอดเขาตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ ซึ่งเป็นผืนป่าที่ยังคงสภาพป่าที่สมบูรณ์มาก ยังเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าจำนวนมาก ผืนป่าน้ำตกเอราวัณจึงจัดว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า และตลอดจนชุมชนที่อยู่รายรอบป่า
ฝูงปลาหน้าชั้นน้ำตกเอราวัณ
ศิลปะรากไม้หน้าน้ำตก
เมื่อเราเช้าไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ จะพบลานจอดรถกว้างใหญ่ มีร้านค้ามากมาย ถัดไปด้านในจะเป็นส่วนสำนักงานอุทยานฯ มีรถไฟฟ้าสำหรับบริการนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกต่อการเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกชั้นแรก
น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 2
แอ่งน้ำหน้าน้ำตกชั้นที่ 2
เมื่อถึงน้ำตกชั้นแรกเราจะสัมผัสกับสายน้ำท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีฝูงลิงป่าที่คอยมาขอแบ่งอาหารจากนักท่องเที่ยว เมื่อเดินขึ้นไปอีกนิด จะพบชั้นน้ำตกชั้น 2 ที่มีความสวยงาม เป็นแอ่งน้ำสีเขียว พบว่าชั้นนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันมาก
ถัดขึ้นไปยังก็เป็นชั้นที่ 3 เป็นชั้นน้ำตกที่สวยไม่แพ้กัน หรือจะเป็นชั้นที่ 4 ต่างก็แอ่งน้ำสีเขียวมรกต น่าชวนชมยิ่งนัก
น้ำตกเอราวัณชั้น 2
น้ำตกเอราวัณชั้น 4
เมื่อเราเดินขึ้นไปตามเส้นทางเดินเท้า ก็จะพบชั้นน้ำตกชั้นถัดขึ้นไป โดยรูปฟอร์มน้ำตกนั้นสวยงามมาก ถ้าเป็นช่วงมีปริมาณน้ำเต็มแผ่นผาก็จะงดงามยิ่งนัก ดดยในช่วงชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 จะพบแนวชั้นน้ำตกลดหลั่นอย่างงดงาม
ส่วนชั้นที่ 7 จะเป็นชั้นสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำในแอ่งน้ำสีเขียว โดยจะมีสายน้ำตกไหลจากหน้าผาสูงลงมาตามแผ่นผาหินปูน ก่อนจะลงสู่แอ่งน้ำและไหลลดหลั่นไปยังชั้นล่างๆ ต่อไป
องค์ประกอบธรรมชาติของน้ำตกเอราวัณ
แอ่งน้ำสีฟ้าชั้นที่ 7
น้ำตกเอราวัณ จัดว่าเป็นน้ำตกยอดนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เราจะเห็นฝรั่งหญิงชายมากมายมาเล่นน้ำตกตามชั้นต่างๆ นอกจากนี้ในพื้นที่อุทยานฯ น้ำตกเอราวัณยังมีถ้ำพระธาตุ อันมีความสวยงามอีก น่าต้องเดินทางจากอุทยานฯ ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร
สำหรับวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบประหยัดสามารถไปเช้า-กลับเย็นได้ ไม่ต้องไปพักค้างแรมให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย หรือใครต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรชาติป่าเขาก็สามารถเลือกหาที่พักทั้งในอุทยานฯ และรีสอร์ทที่อยู่ใกล้เคียง
แนวชั้นน้ำตกเอราวัณที่มีแอ่งน้ำใสๆ
แอ่งน้ำชั้นที่ 7
สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทรศัพท์ 0 3457 4222, 0 3457 4234
นักท่องเที่ยวชอบมาเล่นน้ำที่ชั้น 7
นักท่องเที่ยวมากมายอยู่ตามชั้นต่างๆ
บรรยากาศน่าชื่นชม
แบบนี้มีเห็นอยู่ทุกชั้น
การเดินทาง
- รถยนต์ส่วนบุคคล ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ
สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร
สายที่ 2 เดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 3199 อีกประมาณ 25 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
ฝรั่งกับการกลมกลืนในธรรมชาติ
แหวกว่ายเล่นน้ำ
ชั้นนี้มีแต่ฝรั่ง
บ้านของนางตะเคียน
แอ่งนี้ก็สวย
น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ น้ำตกเอราวัณมีความยาว 2,000 เมตร ทั้งหมด 7 ชั้น อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร ขึ้นไปบนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3199) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 56 แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก 500 เมตร จะถึงน้ำตก สำหรับการเดินทางโดยรถประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งใกล้ที่ทำการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ที่บริเวณน้ำตกเอราวัณมีบ้านพักของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 579-0529, 579-48
เนื่องจากว่าน้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การเดินทางก็สะดวกสบาย จากตัวเมืองเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร
แนวชั้นที่ 1 ของน้ำตกเอราวัณ
น้ำตกเอราวัณไหลผ่านแนวป่าที่ร่มรื่น
น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมมีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำจากยอดเขาตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ ซึ่งเป็นผืนป่าที่ยังคงสภาพป่าที่สมบูรณ์มาก ยังเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าจำนวนมาก ผืนป่าน้ำตกเอราวัณจึงจัดว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า และตลอดจนชุมชนที่อยู่รายรอบป่า
ฝูงปลาหน้าชั้นน้ำตกเอราวัณ
ศิลปะรากไม้หน้าน้ำตก
เมื่อเราเช้าไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ จะพบลานจอดรถกว้างใหญ่ มีร้านค้ามากมาย ถัดไปด้านในจะเป็นส่วนสำนักงานอุทยานฯ มีรถไฟฟ้าสำหรับบริการนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกต่อการเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกชั้นแรก
น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 2
แอ่งน้ำหน้าน้ำตกชั้นที่ 2
เมื่อถึงน้ำตกชั้นแรกเราจะสัมผัสกับสายน้ำท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีฝูงลิงป่าที่คอยมาขอแบ่งอาหารจากนักท่องเที่ยว เมื่อเดินขึ้นไปอีกนิด จะพบชั้นน้ำตกชั้น 2 ที่มีความสวยงาม เป็นแอ่งน้ำสีเขียว พบว่าชั้นนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันมาก
ถัดขึ้นไปยังก็เป็นชั้นที่ 3 เป็นชั้นน้ำตกที่สวยไม่แพ้กัน หรือจะเป็นชั้นที่ 4 ต่างก็แอ่งน้ำสีเขียวมรกต น่าชวนชมยิ่งนัก
น้ำตกเอราวัณชั้น 2
น้ำตกเอราวัณชั้น 4
เมื่อเราเดินขึ้นไปตามเส้นทางเดินเท้า ก็จะพบชั้นน้ำตกชั้นถัดขึ้นไป โดยรูปฟอร์มน้ำตกนั้นสวยงามมาก ถ้าเป็นช่วงมีปริมาณน้ำเต็มแผ่นผาก็จะงดงามยิ่งนัก ดดยในช่วงชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 จะพบแนวชั้นน้ำตกลดหลั่นอย่างงดงาม
ส่วนชั้นที่ 7 จะเป็นชั้นสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำในแอ่งน้ำสีเขียว โดยจะมีสายน้ำตกไหลจากหน้าผาสูงลงมาตามแผ่นผาหินปูน ก่อนจะลงสู่แอ่งน้ำและไหลลดหลั่นไปยังชั้นล่างๆ ต่อไป
องค์ประกอบธรรมชาติของน้ำตกเอราวัณ
แอ่งน้ำสีฟ้าชั้นที่ 7
น้ำตกเอราวัณ จัดว่าเป็นน้ำตกยอดนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เราจะเห็นฝรั่งหญิงชายมากมายมาเล่นน้ำตกตามชั้นต่างๆ นอกจากนี้ในพื้นที่อุทยานฯ น้ำตกเอราวัณยังมีถ้ำพระธาตุ อันมีความสวยงามอีก น่าต้องเดินทางจากอุทยานฯ ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร
สำหรับวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบประหยัดสามารถไปเช้า-กลับเย็นได้ ไม่ต้องไปพักค้างแรมให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย หรือใครต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรชาติป่าเขาก็สามารถเลือกหาที่พักทั้งในอุทยานฯ และรีสอร์ทที่อยู่ใกล้เคียง
แนวชั้นน้ำตกเอราวัณที่มีแอ่งน้ำใสๆ
แอ่งน้ำชั้นที่ 7
สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทรศัพท์ 0 3457 4222, 0 3457 4234
นักท่องเที่ยวชอบมาเล่นน้ำที่ชั้น 7
นักท่องเที่ยวมากมายอยู่ตามชั้นต่างๆ
บรรยากาศน่าชื่นชม
แบบนี้มีเห็นอยู่ทุกชั้น
การเดินทาง
- รถยนต์ส่วนบุคคล ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ
สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร
สายที่ 2 เดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 3199 อีกประมาณ 25 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
ฝรั่งกับการกลมกลืนในธรรมชาติ
แหวกว่ายเล่นน้ำ
ชั้นนี้มีแต่ฝรั่ง
บ้านของนางตะเคียน
แอ่งนี้ก็สวย
น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ น้ำตกเอราวัณมีความยาว 2,000 เมตร ทั้งหมด 7 ชั้น อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร ขึ้นไปบนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3199) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 56 แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก 500 เมตร จะถึงน้ำตก สำหรับการเดินทางโดยรถประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งใกล้ที่ทำการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ที่บริเวณน้ำตกเอราวัณมีบ้านพักของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 579-0529, 579-48
ดอกไม้ไทย
เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นและกิ่งเป็นเหลี่ยม ใบเป็นชนิดใบเดี่ยวออกเป็นคู่ เรียงตรงข้าม ใบทรงรูปไข่ ขอบใบเรียบหรือมีจักเล็กน้อย
ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง เป็นดอกเดี่ยวมีโคนกลีบติดกัน มีลักษณะเป็นหลอดสีส้ม กลีบดอกแคบ ปลายกลีบสีขาวและไม่เสมอกัน จะมีกลิ่นหอมตอนกลางคืน และดอกจะร่วงหมดในตอนเช้า ผลมีลักษณะเป็นแผ่นแบน ภายในมีเมล็ดอยู่ 2 เมล็ด
ขยายพันธุ์โดยการตอนหรือปักชำ กระดังงาสงขลา
เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นชนิดใบเดี่ยวยาว กลีบรองดอกมีสามกลีบ สีเขียว มีขนาดสั้น กลีบใบเรียวสองชั้น ชั้นนอกมี 5 กลีบ ชั้นในมี 15 กลีบ ปลายกลีบเรียวแหลมโคนกลีบด้านในมีแต้มสีน้ำตาล ที่ฐานกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียติดอยู่
กระดังงา ออกดอกตลอดปี มีกลิ่นหอมอบอวล
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน กระดุมทอง
เป็นไม้ล้มลุกพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ลำต้นมีขนทึบใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้าม สัณฐานใบเป็นรูปไข่ หรือรูปรีกว้าง ใบกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ปลายแหลมโคนสอบ ขอบเรียบหรือหยักซี่ฟัน ผิวใบมีขนสากทั้ง 2 ด้าน เส้นแขนงใบข้างละ 1 เส้น ก้านใบสั้นมีครีบ มีขนตามก้านใบและขอบครีบ ช่อดอกแบบช่อกระจุก
ออกดอกเดี่ยว ๆ หรือออกเป็นคู่ ตามง่ามใบใกล้ยอดดอกโตประมาณ 3 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 1-8 เซนติเมตร โคนช่อมีใบประดับมีขนเรียงกันถี่ โคนใบประกอบชั้นนอกใหญ่ขึ้นเมื่อดอกร่วงไป ดอกวงนอกเป็นดอกตัวเมีย มีประมาณ 10 ดอก กลีบดอกสีเหลืองรูปรี กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร รังไข่เล็ก ดอกวงในเหมือนดอกตัวเมีย แต่รังไข่ไม่สมบูรณ์ ดอกตัวผู้มีขนาดเล็กมากและเป็นหมัน อยู่กลางกระจุกดอก ผลมีสัณฐานเป็นรูปสามเหลี่ยม ยอดแบน เมล็ดเล็กสีดำเป็นมัน ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด กาหลง
เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 3 เมตร ใบเป็นแบบใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายเว้าลึกคล้ายใบแฝด
ดอกขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและกิ่งข้าง ดอกกาหลงมีกลีบ 5 กลีบ เกสร 10 อัน ขนาดต่าง ๆ กัน มีกลิ่นหอมรวยริน ฝักแบนมีเมล็ดประมาณ 5-10 เมล็ด
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการตอน กาหลงออกดอกได้ตลอดปี กุหลาบ
เป็นไม้พุ่มตั้งหรือเลื้อย ใบเป็นใบประกอบ ประกอบด้วย 3 ใบ หรือ 5 ใบ ขอบใบจัก หูใบติดกับก้านใบหรือเป็นอิสระ
ดอกออกที่ปลายกิ่ง มีทั้งดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วยสีเขียว ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกปกติมี 5 กลีบ เกสรตัวเมียอยู่กลางดอกเป็นผลกลม ภายในมีเมล็ดแข็งจำนวนมาก เกสรตัวผู้มีอยู่เป็นจำนวนมาก กุหลาบมีหลายชนิด หลายพันธุ์ ส่วนใหญ่ดอกมีกลิ่นหอมเย็น
การขยายพันธุ์มีหลายแบบ เช่น เพาะเมล็ด ตอน ติดตา และปักชำ
...กุหลาบหอมหวล
ส่งกลิ่นยียวนแสนยวนยั่วหัวใจ
ทั้งหอมทั้งหวาน
ดอกเพิ่งบานใหม่ ๆ ...
...ฉันมั่นใจกุหลาบเป็นไม้งามละม่อม
ควรจะออมถนอมชม
ทุก ๆ คนพอใจมักเด็ดเอาไปดอมดม
หรือจะชมเสียบผมชื่นอุรา
สวยสีสรรค์ทุก ๆ พรรณสุดจะเด่น
กลิ่นเยือกเย็นสีที่เห็นไม่บาดตา
กลีบเกสรกลีบอ่อนซ้อนกันดูงามสง่า
ทุกเวลารวยรื่นนาสาน่าดม...
...ริมธารละลานไปด้วยบุปผา
ดอกแดงกุหลาบพนาสลับลัดดากล้วยไม้ไพร...
ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง เป็นดอกเดี่ยวมีโคนกลีบติดกัน มีลักษณะเป็นหลอดสีส้ม กลีบดอกแคบ ปลายกลีบสีขาวและไม่เสมอกัน จะมีกลิ่นหอมตอนกลางคืน และดอกจะร่วงหมดในตอนเช้า ผลมีลักษณะเป็นแผ่นแบน ภายในมีเมล็ดอยู่ 2 เมล็ด
ขยายพันธุ์โดยการตอนหรือปักชำ กระดังงาสงขลา
เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นชนิดใบเดี่ยวยาว กลีบรองดอกมีสามกลีบ สีเขียว มีขนาดสั้น กลีบใบเรียวสองชั้น ชั้นนอกมี 5 กลีบ ชั้นในมี 15 กลีบ ปลายกลีบเรียวแหลมโคนกลีบด้านในมีแต้มสีน้ำตาล ที่ฐานกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียติดอยู่
กระดังงา ออกดอกตลอดปี มีกลิ่นหอมอบอวล
ขยายพันธุ์ด้วยการตอน กระดุมทอง
เป็นไม้ล้มลุกพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ลำต้นมีขนทึบใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้าม สัณฐานใบเป็นรูปไข่ หรือรูปรีกว้าง ใบกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ปลายแหลมโคนสอบ ขอบเรียบหรือหยักซี่ฟัน ผิวใบมีขนสากทั้ง 2 ด้าน เส้นแขนงใบข้างละ 1 เส้น ก้านใบสั้นมีครีบ มีขนตามก้านใบและขอบครีบ ช่อดอกแบบช่อกระจุก
ออกดอกเดี่ยว ๆ หรือออกเป็นคู่ ตามง่ามใบใกล้ยอดดอกโตประมาณ 3 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 1-8 เซนติเมตร โคนช่อมีใบประดับมีขนเรียงกันถี่ โคนใบประกอบชั้นนอกใหญ่ขึ้นเมื่อดอกร่วงไป ดอกวงนอกเป็นดอกตัวเมีย มีประมาณ 10 ดอก กลีบดอกสีเหลืองรูปรี กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร รังไข่เล็ก ดอกวงในเหมือนดอกตัวเมีย แต่รังไข่ไม่สมบูรณ์ ดอกตัวผู้มีขนาดเล็กมากและเป็นหมัน อยู่กลางกระจุกดอก ผลมีสัณฐานเป็นรูปสามเหลี่ยม ยอดแบน เมล็ดเล็กสีดำเป็นมัน ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด กาหลง
เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 3 เมตร ใบเป็นแบบใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายเว้าลึกคล้ายใบแฝด
ดอกขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและกิ่งข้าง ดอกกาหลงมีกลีบ 5 กลีบ เกสร 10 อัน ขนาดต่าง ๆ กัน มีกลิ่นหอมรวยริน ฝักแบนมีเมล็ดประมาณ 5-10 เมล็ด
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการตอน กาหลงออกดอกได้ตลอดปี กุหลาบ
เป็นไม้พุ่มตั้งหรือเลื้อย ใบเป็นใบประกอบ ประกอบด้วย 3 ใบ หรือ 5 ใบ ขอบใบจัก หูใบติดกับก้านใบหรือเป็นอิสระ
ดอกออกที่ปลายกิ่ง มีทั้งดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วยสีเขียว ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกปกติมี 5 กลีบ เกสรตัวเมียอยู่กลางดอกเป็นผลกลม ภายในมีเมล็ดแข็งจำนวนมาก เกสรตัวผู้มีอยู่เป็นจำนวนมาก กุหลาบมีหลายชนิด หลายพันธุ์ ส่วนใหญ่ดอกมีกลิ่นหอมเย็น
การขยายพันธุ์มีหลายแบบ เช่น เพาะเมล็ด ตอน ติดตา และปักชำ
...กุหลาบหอมหวล
ส่งกลิ่นยียวนแสนยวนยั่วหัวใจ
ทั้งหอมทั้งหวาน
ดอกเพิ่งบานใหม่ ๆ ...
...ฉันมั่นใจกุหลาบเป็นไม้งามละม่อม
ควรจะออมถนอมชม
ทุก ๆ คนพอใจมักเด็ดเอาไปดอมดม
หรือจะชมเสียบผมชื่นอุรา
สวยสีสรรค์ทุก ๆ พรรณสุดจะเด่น
กลิ่นเยือกเย็นสีที่เห็นไม่บาดตา
กลีบเกสรกลีบอ่อนซ้อนกันดูงามสง่า
ทุกเวลารวยรื่นนาสาน่าดม...
...ริมธารละลานไปด้วยบุปผา
ดอกแดงกุหลาบพนาสลับลัดดากล้วยไม้ไพร...
ความทุกข์
ทุกข์ใจจากความรัก อกหัก รักคุด แอบรักแฟนคนอื่น ทุกข์ใจเพราะถูกคนกลั่นแกล้งให้ร้าย ป้ายความ จนมีเรื่องมีราวทุกข์ใจจากการทำมาหากิน การเรียน การทำงาน การหาเงิน โอ๊ยสารพัดโลกจะแตก วุ่นวายเหลือเกินคนเรามีบุญวาสนา มีเวรกรรม ตามมาตั้งแต่เกิดนะคะ มันไม่มีใครจะโชคดีไปทุกอย่างหรอกคะ ทุกคนมีชะตากรรม มีเวร มีกรรมที่เราต้องชดใช้ มีบุญเก่า ที่เราจะได้เสวยสุข ทุกคนย่อมมีการคาดหวังในอนาคต ไว้ทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังการที่เรายึดติดอะไรมากๆ จะยิ่งทำให้ทุกข์นะคะเมื่อก่อนเป็นคนยึดติดใน ตัวเรา ของเรา มีการคาดหวังในตัวคนๆนั้นสูงมากพอมันไม่สมหวังก็ เจ็บปวดหัวใจ ไม่เป็นท่า สะบักสะบอม มาถึงตอนนี้คิดได้แล้วะ((( สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงคะ ทุกคนมีเทวดารักษานะคะ)))การสวดมนตร์เหมือน เราคุยให้เทวดาฟัง ท่านก็จะฟังเพราะชอบการนั่งสมาธิเหมือน เราฟังเทวดาคุยกับเราลองนั่งสมาธิ ดูนะคะ มันเหมือนกับ เรา คุยกับท่านอยู่ช่วงที่นั่งสมาธิ เราจะได้สติ ได้ความคิดอะไรมาเยอะเลย นะคะ เหมือนมีคนกระซิบบอกแนวทางแก้ ปัญหาเลยทีเดียว เขาเรียกปัญญาเกิดเมื่อจิตสงบบางที ก็สื่อ คุยกับ เทวดา ที่รักษาเราได้เลยทีเดียวบางที ท่านก็ เทศน์ เงินไม่ใช่ สิ่งสำคัญนะ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจความหมายนะคะทำไม ท่านถึงบอกว่า เงินไม่ใช่ สิ่งสำคัญที่ท่านบอกว่า เงินไม่ใช่ สิ่งสำคัญ เพราะ คนเรา มักทุกข์เพราะเงินตายไปก็เอาไปไมได้สักบาท ต่อให้รวยล้นฟ้า แต่ตายไปก็เอาไม่ได้เลยแถมเงินเป็นแนวทางทำให้คนเกิดกิเลศ ความหลง โลภ เกิดกิเลศ โทสะ เกิดปัญหา ทางจิตใจอยากรวยแบบคนอื่น เก็บหนี้ไมได้ก็โมโห โทโสบางครั้ง ก็มีแผนร้ายกับคนดีๆ คิดจะทุจริต ฉ้อโกงของๆเขา อยากจะได้เงินเขา แล้วไม่ได้ก็ทุกข์ใจแสนสาหัสดิฉันอยากได้มือถือแพงๆ แบบเพื่อน พอไมได้ก็ทุกข์ใจถูกคนเลวๆมาไถเงิน เขามาอ้าง ยืมเงิน มาชวนหุ้นด้วย จะขอเอาไปทำนั่นนี่ ไม่มีให้เขา เขาก็โกรธ อาฆาต นินทาลับหลังอีกต่างหากหาว่าเราไม่มีน้ำใจ ไม่ช่วยเหลือเขา เขาไม่คิดบ้างว่า เราไม่มีนะอีกอย่างเราก็ไมได้ เป็นหนี้ใครทำไมต้องให้เขา1.เวลาเอ๋ไม่สบายใจจะมองคนที่ ย่ำแย่ ทุกข์หนักกว่าเรา นะคะเคยเครียดจัดเรื่องเรียน กลัวจะสอบตก เลยไปเดินห้าง แล้วก็ร่อนไปเรื่อยๆอยู่ดีๆ ก็นึกอยากเดินขึ้นสะพานลอย ทีนี้ไปเจอคนพิการ แขนขาด 1 ข้าง มีข้าง มือขาด กำลังทานข้าวอยู่โดยใช้ กระป๋องนมใหญ่ มาเชื่อมกับ ช้อนแล้วก็ทานเป็นผู้ชายหน้าตาไม่ขี้เลห์นะคะ ท่าทาง กำยำ แต่ดันพิการ ทีนี้ก็เลย หายเครียดเลยนะคะไม่ทุกข์ใจ ไม่อะไรแล้ว ปัญญาเกิด ความสุขใจ ความร่าเริงก็กลับมา รู้แล้วว่าเรายังโชคดีนะ คนที่ย่ำแย่ กว่าเราก็มีอีกเยอะมาก ทำไม ต้องท้อใจ ในความทุกข์เพียงเล็กน้อยเท่าที่ทราบ สมัยก่อน มียาแก้แพ้ท้องอยู่ 1 ตัว ขายดีทั่วโลก คนทานกันเยอะมากๆ แล้วเด็กที่เกิดมาก็พิการ แขนกุด ขากุด กันเยอะ บริษัทที่ผลิตยาขึ้นมาก็เจอฟ้องจน ล้มละลายไป ก็เพาะกรรมน่าสงสาร ที่ยาตัวนั้น ทำให้ มีเด็กพิการ เป็นแสนๆ คนทั่วโลก แม่เรา ก็ไม่ได้ทานยาตัวนั้น ทั้งๆที่ก็ทำงานอยู่โรงพยาบาลแท้ๆ เหมือนตอนแม่ท้อง จะไม่แพ้ท้องอะไรเลย แต่พ่อจะแพ้แทนถ้าตอนนั้นแม่แพ้ท้องหนักๆ ก็เสร็จ ป่านนี้คงเกิดมา แขนกุด ขากุดไปแล้วเพราะ ยาตัวนั้น ขายอยู่หลายปี คนที่เกิดช่วง 2518 -2524 พิการกันเยอะมากๆ2.การเกิดมาเป็นคน มันยากมาก ไม่มีกรรมอะไรจะหนักเท่าการฆ่าตัวตายการฆ่าคน การทำร้ายคนแล้ว มันเป็นกรรม ที่จะตัดทอนให้เราอายุสั้น ทำให้เราไม่เจริญคนที่ทำแท้ง ถึงมักจะไม่เจริญ ผู้ชายผู้หญิง ก็จะ ต้องแบ่งกรรมกันไป คนหล่ะครึ่งด้วย กฏแห่งกรรมมันแรงมากๆคนที่เคยโกงเงินพ่อ ไป กม. ตามไปเอาผิดไม่ได้แต่กฏแห่งกรรม ก็ไม่ ปราณีใคร สักวันเขาก็ต้องได้รับ กรรมที่เขาก่อบางรายก็เป็น เบาหวานต้องตัดแขนขาทิ้งบางคนก็ป่วยเป็นโรคร้าย ต้องเสียเงินทองมากมายถ้าหาก เราต้องเจอเรื่องร้ายๆในชีวิตก็ขอให้ คิดว่ามันเป็น วิบากกรรมเก่าบางที เจ้ากรรม นายเวร เราก็เป็น มนุษย์ ก็มี ที่ยังไม่มาเกิดก็มีคนที่ มีวาสนาต่อกัน เมื่อพบเจอกัน ย่อมถูกชะตาคนที่มีเวรต่อกัน ก็จะมีกรรมโน้ม ให้มาเจอกันเพื่อ ใช้เวรกรรมร่วมกันชาติก่อน ฆ่ากันตาย / เป็นพี่น้องแล้วโกงมรดกกัน กรรมก็โน้มให้อาจจะต้องมาเกิดเป็น แฟนกัน บางทีเคยไปโกงเงินผู้หญิงคนนั้นมาชาตินี้ก็ อาจจะได้ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟน แล้วเจอผู้หญิงหลอกเงิน หลอกทองจนหมดเนื้อหมดตัวก็ได้เคยอ่านเจอในเวบ มีผู้หญิงอยู่คนเล่าว่า ตัวเองมีสามีแล้ว มีลูกแล้วสามีหน้าตาดี หล่อ แต่ไม่รู้เพราะอะไร ทำให้ตัวเองต้องไปมีชู้กับ ผู้ชาย ขี้เลห์ หัวล้าน แถมขี้โกงด้วย เธอบอกว่า เธอ มีความรู้สึกไม่สามารถ ควบคุมความอยากทางเพศได้ จนต้องยอมไปเล่นชู้กับผู้ชายคนนั้นอันนี้ ก็เพราะ กรรมโน้มด้วยนะคะ ทำให้เธอมีแต่ทุกข์ใจในท้ายที่สุด ก็ต้องครอบครัวแตกแยกไป ถูกตราหน้าว่าไม่ดี 3. คนเราต้องปลงให้ได้นะคะ กับชีวิตต้อง เข้าทางธรรมะ ให้ได้ ไม่งั้นจะทุกข์หนักคนที่มีธรรมะจริงๆ เขาจะไม่ อาฆาตแค้นใคร ไม่คิดร้ายกับใครจะมีแต่เมตตา มีแต่ความรัก นั่นแหล่ะ คือความรัก รักได้แม้กระทั่งศัตรู ให้อภัยได้ แล้วจะไม่ทุกข์ใจ เพราะเราให้อภัยได้ทุกคนทีนี้ก็จะไม่ทุกข์แล้ว เขาร้ายใส่เรา แต่เรา ให้อภัยได้ ทีนี้เราก็มีเวลาไปทำนั่น ทำนี่ เพื่อให้เกิดความเจริญกับ ชีวิตได้แล้วไม่ต้องมาทุกข์ใจ เพราะ คนที่คิดร้ายเรา คนรักเท่าผืนหนัง อันคนชัง เท่าผืนเสื่อชาติก่อน เราอาจจะไปสร้างศัตรูไว้เขาเลย ผูกใจเจ็บชาตินี้ก็ อโหสิกรรม ให้เขาไป อะไรที่ไม่ดี ก็อย่าไปทำพยายามทุกบุญมากๆ สวดมนตร์ ศึกษาธรรมะให้เข้าใจ อย่างถ่องแท้แล้วจะเกิดปัญญาคะ อะไรที่เราเคยทำไม่ดีไว้ก็ ควรสำนึกผิดซะ มันไม่สายเกินไปหรอกคะ แต่ถ้าเขาไม่รับฟังก็ปล่อยเขาไป เขาว่าเรา เราไม่รับ มันก็เข้าตัวเขาเองอะไรทีมันไม่จริง มันก็ต้อง เข้าตัวเขาเองอย่าไปยุ่งกับคนพาล เจอที่ไหนให้ ห่างหนีให้ไกลที่ดีที่สุดเพราะมัน จะวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น อย่าไปคิดมีเรื่องกับเขายุคนี้ พวกมาร ฤิทธ์เยอะ เทพ เทวดา ยังต้องถอย เพราะมารกำแหงคนดีๆเริ่มถอยหลัง บ้านเมือง เริ่มเข้ายุคเสื่อมคนอยู่ในบุญเท่านั้น ถึงจะ อยู่อย่างมีความสุขได้ในยุคนี้เพราะ สมัยนี้ปัญหาเยอะจริง คนจนลง เศรษฐกิจก็ไม่ดีตอนนี้ก็ปลงแล้วคะ ถือว่าเราบุญเก่ายังมี อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดตอนนี้ ยอมรับได้แล้ว เพราะ ไม่อยากหลงผิดในกิเลศ โลภะ โทสะ ราคะอะไรอีกดิฉันเป็นหมอดู ถ้าไม่เข้าทางธรรม มีจิตคิดร้าย คิดคดโกง คนอื่น บอกได้เลยว่าไม่เจริญ ทุกวันนี้ เทพ ก็ดูแล รักษาอยู่แต่นิสัย ขี้เกรียจ ไมได้ ดูดวงมานานแล้ว เพราะเบื่อปัญหา ของผู้คนอยู่เฉยๆ ดีกว่า ตอนนี้ เลยคิดว่าจะ รับดูดวงฟรีอีกรอบคะ เพราะ อยากช่วยให้คนที่ทุกข์ใจ มีทางออกบ้างคะ
ความรัก
ความรักทางโลก -->การรักในสิ่งที่ถูกใจ
สิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิต
หรือเอื้อประโยชน์ต่อชีวิตในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เช่น
รักในตัวบุตร ภรรยา เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งตนเอง
ความรักในทางธรรม -->การมีเมตตา
เมตตาเป็นหลักธรรมข้อหนึ่งใน "พรหมวิหาร "
เทียบได้กับหลักธรรมของนักปกครอง
สิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิต
หรือเอื้อประโยชน์ต่อชีวิตในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เช่น
รักในตัวบุตร ภรรยา เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งตนเอง
ความรักในทางธรรม -->การมีเมตตา
เมตตาเป็นหลักธรรมข้อหนึ่งใน "พรหมวิหาร "
เทียบได้กับหลักธรรมของนักปกครอง
นักบุญมารีอา
นักบุญมารีอา มักดาเลนา ( ศตวรรษที่ 1 )ระลึกถึงวันที่ 22 กรกฎาคมมารีอา เป็นหญิงสาวที่อาศัยอยู่ที่เมืองมักดาลา ในแคว้นกาลิลี ได้เข้ามารับใช้พระเยซูคริสตเจ้าหลังจากที่พระองค์ได้ทรงรักษานางให้หายจากโรคปีศาจสิงแล้ว ( ลก 8:2 ) เธอได้มีส่วนในการปลงพระศพของพระเยซูเจ้า และเป็นคนแรกที่ได้รู้จักพระผู้ได้ทรงกลับคืนชีพ ( ยน 20:11-18 ) ไม่มีเหตุผลและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่า มารีอา ชาวมักดาลาเป็นหญิงคนเดียวกับหญิงคนบาปคนนั้นที่พระเยซูเจ้าได้ทรงประทานอภัยโทษให้ในบ้านของซีมอนฟาริสี ( ลก 7:36-50 ) หรือกับ “มารีอา” น้องสาวของลาซารัสและมาร์ธาเลย พระศาสนจักรตะวันออกได้เคารพให้เกียรติหญิงทั้งสามนี้โดยแยกกันต่างหากพิธีกรรมใหม่ของพระศาสนจักรได้พยายามชี้แสดงให้เห็นว่า “นักบุญมารีอา มักดาเลนา” เป็นผู้โชคดีคนแรกที่ได้เป็นประจักษ์พยานถึงการเสด็จกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้าแก่บรรดาพี่น้องและเป็นพระเยซูเจ้าเองที่ได้ส่งนางไปบอกเรื่องนี้แก่บรรดาพี่น้องของพระองค์ด้วย ( บรรดาอัครธรรมทูต )คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ1. ให้เราได้รู้จักขอโทษต่อพระเป็นเจ้าและต่อพี่น้องของเราด้วยความจริงใจ2. ให้เราได้แสดงด้วยกิจการของเราว่าพระคริสตเจ้าผู้ได้ทรงกลับคืนชีพได้ทรงช่วยเราให้เป็นอิสระพ้นจากบาป3. โดยมีพระคริสตเจ้าอยู่เคียงข้าง ให้เราช่วยกันทำงานเพื่อให้มนุษย์ได้มีความรักใคร่ซึ่งกันและกัน4. กับผู้ที่หมดหวังและผู้ที่ตกอยู่ในบาป ให้เราได้แจ้งแก่พวกเขาเหล่านี้ว่า “พระคริสตเจ้าทรงมีชีวิตอยู่ และพระองค์จะทรงช่วยพวกเราหมายเหตุเนื่องจากท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 1 ประวัติของท่านจึงไม่ชัดเจนและออกจะคลุมเครือเมื่อเทียบกับนักบุญสมัยใหม่นะคะ เจ๊ได้ตรวจสอบในเว็บคาทอลิกออนไลน์แล้ว ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านักบุญมารีอา มักดาเลนานั้น เมื่อตอนที่ท่านได้พบกับพระเยซูเจ้าเป็นครั้งแรก ท่านเป็นหญิงที่มีรูปงามและมีความภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง แต่หลังจากที่ท่านได้พบกับพระเยซูเจ้าในครั้งกระนั้น ท่านก็ได้รู้สึกสำนึกผิดเป็นอย่างยิ่งในชีวิตที่ดำเนินในหนทางบาปของท่าน และเมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จไปเสวยอาหารค่ำที่บ้านของเศรษฐีที่ชื่อซีโมน ท่านนักบุญได้มาร่ำไห้อยู่แทบพระบาทของพระเยซูเจ้า ชะโลมพระบาทพระองค์ด้วยน้ำมันราคาแพงและเช็ดพระบาทด้วยผมของตนเอง ผู้คนต่างประหลาดใจที่พระเยซูเจ้าทรงอนุญาตให้หญิงคนบาปคนนี้เข้ามาต้องพระวรกายของพระองค์ แต่พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็นเข้าไปถึงภายในจิตใจของเธอ จึงทรงตรัสว่า “บาปของเธอได้รับการอภัยแล้ว เพราะเธอรักมาก” พระองค์ยังได้ทรงตรัสกับท่านนักบุญด้วยอีกว่า “ความเชื่อช่วยให้เธอรอดแล้ว จงไปเป็นสุขเถิด” และเมื่อพระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงกางเขน ท่านนักบุญก็ยืนอยู่ที่กางเขนด้วยอย่างกล้าหาญ คิดถึงแต่พระมหาทรมานของพระองค์ จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมพระเยซูจึงได้ตรัสว่า “เธอรักมาก” หลังจากที่พระศพของพระเยซูเจ้าได้รับการบรรจุไว้ในพระคูหา ท่านนักบุญได้ไปที่พระคูหาเพื่อชะโลมพระศพ แต่ไม่พบพระศพของพระเยซูเจ้า ท่านจึงได้ร่ำไห้ แต่เมื่อท่านเห็นชายคนหนึ่งที่ท่านคิดว่าเป็นคนสวน และถามเขาว่าคนเขานำเอาศพของพระอาจารย์เจ้าไปไว้ที่ไหน ทันทีที่ชายนั้นเอ่ยออกมาว่า “มารีย์” ท่านก็จำได้จากเสียงที่ท่านคุ้นเคยว่าชายคนนั้นเป็นพระเยซูเจ้าเอง พระองค์ทรงกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย และพระองค์ก็ทรงเลือกนักบุญมารีอา มักดาเลนาในฐานะผู้ที่เป็นคนบาปซึ่งสำนึกผิดและกลับใจให้เป็นผู้รับการประจักษ์หลังการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์เป็นคนแรกกระนั้นก็ดีแม้ว่าเว็บดังกล่าวจะกล่าวถึงท่านนักบุญมารีอา มักดาเลนาต่างไปจากหนังสือของคุณพ่อวีรศักดิ์อยู่บ้าง แต่เว็บดังกล่าวก็กล่าวถึงท่านในประเด็นที่เหมือนกับหนังสือของคุณพ่อวีรศักดิ์ว่า ท่านนักบุญนั้นก็คือหญิงคนบาปที่พระเยซูทรงขับปีศาจเจ็ดตนออกไปดังที่มีบันทึกไว้ในพระวรสารของนักบุญลูกา และเป็นผู้ที่อยู่แทบเชิงไม้กางเขน และได้รับการประจักษ์จากพระเยซูเจ้าเป็นคนแรกหลังจากที่พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วนอกจากนี้ในเว็บคาทอลิกออนไลน์ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักบุญมารีอา มักดาเลนาอีกด้วยว่าหลังจากเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า 14 ปี ท่านนักบุญได้ถูกพวกยิวจับลงเรือที่ไม่มีทั้งใบเรือและไม้พาย พร้อมกับนักบุญลาซารัส นักบุญมาร์ธา นักบุญมักซีมิน นักบุญซีโดนีอุส สาวใช้ที่ชื่อเซรา และศพของนักบุญอันนา มารดาของพระนางพรหมจารี ลอยออกทะเลและไปขึ้นฝั่งที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งท่านได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายด้วยการเพ่งพิศภาวนาในถ้ำที่รู้จักกันในชื่อ “แซงต์เบาม์ ( Saint-Baume )” ที่นั่นท่านได้รับศีลมหาสนิทเป็นอาหารเพียงอย่างเดียวจากทูตสวรรค์ และท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อมีอายุได้ 72 ปีCre' : http://www.newmana.com/yabb/index.php?topic=3399.0;all
สำหรับแม่น้อยกว่านี้ได้อย่างไร
คำว่าเเม่
มีค่านับเดือน นับดาว นับโลก
นับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ก็ไม่พอเเม่คือ
ผู้ให้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของฉัน
คอยปลอบโยนเวลาที่ฉันทุกใจคือครูคนเเรกที่สอนหนังสือชีวิต
ให้ฉันคือคนที่มีค่าที่สุดสำหรับฉันเลยล่ะฉันรักเเม่มากที่สุด
อยากบอกแม่ว่าร๊ากแม่คนนี้มากๆๆๆๆๆๆเลยคะลูกสาวแม่เอง
เขียนโดย Juthamas ที่ 12:59 ก่อนเที่ยง
มีค่านับเดือน นับดาว นับโลก
นับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ก็ไม่พอเเม่คือ
ผู้ให้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของฉัน
คอยปลอบโยนเวลาที่ฉันทุกใจคือครูคนเเรกที่สอนหนังสือชีวิต
ให้ฉันคือคนที่มีค่าที่สุดสำหรับฉันเลยล่ะฉันรักเเม่มากที่สุด
อยากบอกแม่ว่าร๊ากแม่คนนี้มากๆๆๆๆๆๆเลยคะลูกสาวแม่เอง
เขียนโดย Juthamas ที่ 12:59 ก่อนเที่ยง
วันแม่
แม่ เป็นภาระให้แก่ลูกทุกคนมาตั้งแต่เกิด นั่นเป็นความจริงที่เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ ก็ลองคิดดูสิ ตั้งแต่เราเกิดมา ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย อยู่ดีๆ ผู้หญิงคนนี้ก็มาโอบอุ้ม ถูกเนื้อต้องตัวเรา มิวายที่เราจะแหกปากร้องไห้ขับไล่ไสส่งยายผู้หญิงคนนี้ขนาดไหน เธอก็ยังพยายามปลอบโยน เห่กล่อมเราอยู่นั่นแหละ เป็นภาระให้เราต้องจำใจเงียบ ยอมนอนดูดนมเธออยู่จั่บๆๆ พอเราเริ่มเตาะแตะ ตั้งไข่จะเดินไปไหนต่อไหนมั่ง คุณเธอก็ยังคอยเรียกหาเราอยู่นั่นแหละ "มานี่มาลูก มานี่มา อีกนิดเดียวลูก อีกนิดเดียว อีกก้าวเดียว "ไม่รู้จะเรียกทำไมนักหนา ไอ้เราก็เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ เห็นมั้ย เป็นภาระที่เราต้องเดินไปให้เธอกอดอีก โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินอาหารได้ หล่อนก็เอาอะไรนักหนาไม่รู้ เละๆ เทะๆ มาบดให้เรากิน ไอ้เราจะไม่กินก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะน้อยใจ ก็เอาวะ เอาซะหน่อย เคี้ยวไปเเจ่บๆ อย่างนั้นแหละ แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยตายล่ะมั้งนั่นน่ะ กล้วยบดนะจ๊ะ เธอจ๋า ในปากฉันตอนนี้น่ะ ถ้าคิดว่ามันอร่อยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองทานเองดูมั่งล่ะ ทีนี้พอเราเริ่มพูดจารู้เรื่องขึ้นมาหน่อย คราวนี้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้กลับขับไล่ไสส่งให้เราไปโรงเรียนซะอีก ไม่ไปก็ไม่ได้ด้วยนะ บางทีมีตีเราเข้าให้อีก ภาษาอะไรนักก็ไม่รู้ เอามาให้เราหัดอ่านหัดเรียนใช่มั้ย ลองคิดดูนะ สัปดาห์หนึ่งต้องไปโรงเรียนตั้งห้าวันน่ะ มันภาระหนักหนาแก่เราแค่ไหน แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวี ดูหนังการ์ตูน นอนดึกขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิ ใครกันเคี่ยวเข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้นะ ต้องบังคับให้เราไปนอนเป็นเพื่อนด้วย ใช่มั้ย ที่พูดนี่ไม่ใช่ลำเลิกหรอกนะ เพียงแค่อยากให้เห็นใจกันบ้างเท่านั้น วันเวลาผ่านไป เราโตขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากจะทำผมทำเผ้า แต่งเนื้อเเต่งตัวให้มันดูอินเทรนด์ ดูทันสมัย ใคร ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการไม่คืบหน้าไปไหนเลย ว่ามั้ย โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินอาหารได้ หล่อนก็เอาอะไรนักหนาไม่รู้ เละๆ เทะๆ มาบดให้เรากิน ไอ้เราจะไม่กินก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะน้อยใจ ก็เอาวะ เอาซะหน่อย เคี้ยวไปเเจ่บๆ อย่างนั้นแหละ แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยตายล่ะมั้งนั่นน่ะ กล้วยบดนะจ๊ะ เธอจ๋า ในปากฉันตอนนี้น่ะ ถ้าคิดว่ามันอร่อยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองทานเองดูมั่งล่ะ แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวี ดูหนังการ์ตูน นอนดึกขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิ ใครกันเคี่ยวเข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้นะ ต้องบังคับให้เราไปนอนเป็นเพื่อนด้วย ใช่มั้ย ที่พูดนี่ไม่ใช่ลำเลิกหรอกนะ เพียงแค่อยากให้เห็นใจกันบ้างเท่านั้น วันเวลาผ่านไป เราโตขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากจะทำผมทำเผ้า แต่งเนื้อเเต่งตัวให้มันดูอินเทรนด์ ดูทันสมัย ใคร ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการไม่คืบหน้าไปไหนเลย ว่ามั้ย
พอเราสำเร็จจบการศึกษาเเล้วเป็นยังไง... เธอร้องไห้ครับ เชื่อเถอะว่าเธอต้องร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นก็แปลว่าเธอต้องแอบร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตาย แล้วตัวเองแท้ๆ ที่เป็นคนเริ่มเรื่อง พอเราเรียบจบแทนที่จะดีใจดันมาร้องไห้ มีอย่างที่ไหน ดีนะว่าเราเข้าใจ คู่มือการเลี้ยงแม่ ก็เลยทำใจได้ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ขอไปฉลองการสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อนๆ ที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะมาให้นั่งดูผู้หญิงแก่ๆ นั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ใช่มั้ย เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วนี่ คราวนี้ใครๆ ก็ต้องอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็เรื่องมาก ผมยาวไปมั่งล่ะ ดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ...แม่ แม่จะไปรู้อะไร แม่เคยคบกับเขาเหรอ ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่เขายังอยากรู้ไปจนถึงเรื่องอาชีพการงานด้วยว่าเราจะไปทำอะไร อยากเป็นอะไร แม่ครับ แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั้ยพวกเราจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเรา ขอให้เราได้ตัดสินมันเอง แต่เรารับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่งว่า เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก... เชย นับจากบรรทัดแรก จนมาถึงบรรทัดนี้ เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว สมควรที่พวกเราจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ มายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างที่แม่เคยพูดไง แล้วทำไมต้องมาทำตาละห้อยด้วยล่ะ วันที่เราย้ายออกมาน่ะ มันก็ไม่ได้ใกล้ มันก็ไม่ได้ไกลหรอกนะ ไอ้ที่ย้ายออกมาน่ะ แต่เวลามันรัดตัวจริงๆ ใช้โทร.คุยกันก็ได้นะแม่นะ ถึงวันที่เรามีลูก แม่ยังพยายามอยากมาทำตัวเป็นภาระกับลูกเราด้วย เราบอกแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก เราดูแลลูกของเราได้ เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนกับสมัยแม่แล้วล่ะ แม่อายุเกือบหกสิบปีแล้ว โทร.มาไอแค่กๆ บอกไม่ค่อยสบาย เราบอกแม่ว่าอย่าคิดมาก ในใจเรารู้อยู่แล้วว่าแม่พยายามเรียกร้องความสนใจ นั่นเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของคุณแม่วัยนี้ จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่... ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ แม่อาจจะออกไปทำบุญที่วัดตามประสาคนแก่ก็ได้ ลองโทร.เข้ามือถือแม่ดูซิ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก... อย่าเพิ่งด่วนสรุป มือถือแม่อาจจะแบตหมดก็ได้ ผู้หญิงคนนี้กระดูกเหล็กจะตายไป เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ ยังไงแม่ก็ต้องรอเราอยู่เหมือนเดิมน่ะแหละ ไปหาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอ อย่างมากแกก็อาจจะงอนนิดๆ หน่อยๆ พอเห็นหลานตัวเล็กๆ วิ่งเข้าไปกอดก็ขี้คร้านจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังไม่โทร.กลับมาอีกนะ ทำบุญตักบาตรก็ไม่น่าจะรอคิวนานขนาดนี้ ชาร์จแบตมือถือไม่เต็มก็เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นแบตเตอรี่รถสิบล้อป่านนี้ไฟทะลักแล้ว วันนี้แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณ ล้วนเเต่เป็นคำที่แม่คุณเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งสัมผัสได้ ภาพเก่าๆ มากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำวิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ.. เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิด แล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น แล้วคุณก็ได้เจอ คนที่คุณรู้สึกว่าเธอเป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด ผู้หญิงคนนั้น นอนตายในท่าที่คอยคุณมาตลอดชีวิต...
พอเราสำเร็จจบการศึกษาเเล้วเป็นยังไง... เธอร้องไห้ครับ เชื่อเถอะว่าเธอต้องร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นก็แปลว่าเธอต้องแอบร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตาย แล้วตัวเองแท้ๆ ที่เป็นคนเริ่มเรื่อง พอเราเรียบจบแทนที่จะดีใจดันมาร้องไห้ มีอย่างที่ไหน ดีนะว่าเราเข้าใจ คู่มือการเลี้ยงแม่ ก็เลยทำใจได้ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ขอไปฉลองการสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อนๆ ที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะมาให้นั่งดูผู้หญิงแก่ๆ นั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ใช่มั้ย เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วนี่ คราวนี้ใครๆ ก็ต้องอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็เรื่องมาก ผมยาวไปมั่งล่ะ ดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ...แม่ แม่จะไปรู้อะไร แม่เคยคบกับเขาเหรอ ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่เขายังอยากรู้ไปจนถึงเรื่องอาชีพการงานด้วยว่าเราจะไปทำอะไร อยากเป็นอะไร แม่ครับ แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั้ยพวกเราจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเรา ขอให้เราได้ตัดสินมันเอง แต่เรารับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่งว่า เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก... เชย นับจากบรรทัดแรก จนมาถึงบรรทัดนี้ เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว สมควรที่พวกเราจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ มายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างที่แม่เคยพูดไง แล้วทำไมต้องมาทำตาละห้อยด้วยล่ะ วันที่เราย้ายออกมาน่ะ มันก็ไม่ได้ใกล้ มันก็ไม่ได้ไกลหรอกนะ ไอ้ที่ย้ายออกมาน่ะ แต่เวลามันรัดตัวจริงๆ ใช้โทร.คุยกันก็ได้นะแม่นะ ถึงวันที่เรามีลูก แม่ยังพยายามอยากมาทำตัวเป็นภาระกับลูกเราด้วย เราบอกแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก เราดูแลลูกของเราได้ เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนกับสมัยแม่แล้วล่ะ แม่อายุเกือบหกสิบปีแล้ว โทร.มาไอแค่กๆ บอกไม่ค่อยสบาย เราบอกแม่ว่าอย่าคิดมาก ในใจเรารู้อยู่แล้วว่าแม่พยายามเรียกร้องความสนใจ นั่นเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของคุณแม่วัยนี้ จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่... ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ แม่อาจจะออกไปทำบุญที่วัดตามประสาคนแก่ก็ได้ ลองโทร.เข้ามือถือแม่ดูซิ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก... อย่าเพิ่งด่วนสรุป มือถือแม่อาจจะแบตหมดก็ได้ ผู้หญิงคนนี้กระดูกเหล็กจะตายไป เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ ยังไงแม่ก็ต้องรอเราอยู่เหมือนเดิมน่ะแหละ ไปหาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอ อย่างมากแกก็อาจจะงอนนิดๆ หน่อยๆ พอเห็นหลานตัวเล็กๆ วิ่งเข้าไปกอดก็ขี้คร้านจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังไม่โทร.กลับมาอีกนะ ทำบุญตักบาตรก็ไม่น่าจะรอคิวนานขนาดนี้ ชาร์จแบตมือถือไม่เต็มก็เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นแบตเตอรี่รถสิบล้อป่านนี้ไฟทะลักแล้ว วันนี้แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณ ล้วนเเต่เป็นคำที่แม่คุณเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งสัมผัสได้ ภาพเก่าๆ มากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำวิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ.. เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิด แล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น แล้วคุณก็ได้เจอ คนที่คุณรู้สึกว่าเธอเป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด ผู้หญิงคนนั้น นอนตายในท่าที่คอยคุณมาตลอดชีวิต...
แนะนำตัว
สวัสดีคะ
ดิฉันจุฑามาศ เกื้อกูล
เล่นๆๆๆ ..นันท์..
อยู่ชั้นม.5/1 เลขที่ 20
เขียนเว็บบล็อกนี้ก็ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่คะ
ลืมบอกไปคุณครูที่เเนะนำฉันก็คือ..
คุณครูวีระชน ไพสาทย์
ขอบคุณคุณครูมานะที่นี้ด้วยนะคะสู้ๆๆๆๆอยู่
เเล้วลืมบอกไป
เกิดวันที่ 1 สิงหาคม
อย่าลืมของขวํญนะคะ
ดิฉันจุฑามาศ เกื้อกูล
เล่นๆๆๆ ..นันท์..
อยู่ชั้นม.5/1 เลขที่ 20
เขียนเว็บบล็อกนี้ก็ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่คะ
ลืมบอกไปคุณครูที่เเนะนำฉันก็คือ..
คุณครูวีระชน ไพสาทย์
ขอบคุณคุณครูมานะที่นี้ด้วยนะคะสู้ๆๆๆๆอยู่
เเล้วลืมบอกไป
เกิดวันที่ 1 สิงหาคม
อย่าลืมของขวํญนะคะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
